| ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
webmaster เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 07/04/2008 ตอบ: 792 ที่อยู่: หน้าจอคอมพิวเตอร์
|
ตอบ: 03/11/2011 7:31 pm ชื่อกระทู้: มะเร็งในอารมณ์ |
|
|
มะเร็งอารมณ์ร้ายที่สุด โดย สุทธิชัย หยุ่น
ผมเห็นพาดหัวนี้จากหนังสือพิมพ์รายวันเนื้อหาเกี่ยวกับการบ้านการเมือง แต่ผมกลับคิดประสาซื่อว่า ในความหมายสุขภาพกายใจของชาว “ชีวจิต” แล้วไซร้ เขาพูดของเขาถูกทีเดียวเชียวละ
ดังนั้น ถ้าผมอ้างบางประโยคของคนเขียนเรื่อง “เขาคือคนป่วย” โดย wachira89 ในบล็อก OKnation.net ละก็ กรุณาอย่าได้ตีความเป็นเรื่องการเมืองเป็นอันขาด เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง “กาย” กับ “ใจ” ล้วนๆ ใครคิดทะลึ่งเป็นเรื่องของนักการเมืองคนนั้นคนนี้ก็ช่วยไม่ได้ เป็นเรื่องของอารมณ์มะเร็งของคนคนนั้นเอง (ฮา)
เขาคือ คนป่วย
ไม่มีใครช่วย ฟูมฟัก รักษา
เชื้อร้าย รุมเร้า เรื่อยมา
กำเริบเกิน เยียวยา ด้วยยาใด
เขาคือ คนป่วย
มีพิษโลภ ร่ำรวย ยิ่งใหญ่
หลงปลื้มลืมตัว ไม่เห็นหัวใคร
เอาแต่ใจ จนใจ กระเจิดกระเจิง
เขาคือ คนป่วย
ถูกเอื้ออวย จนเลอเลิศ เตลิดเหลิง
รวบอำนาจ มาดมั่น มากชั้นเชิง
เหลิงจนเผลอ วางเพลิง เผาตัวเอง
เขาคือ คนป่วย
คนไม่ช่วย มีแต่คน เข้าข่มเหง
ส่งสอพลอ ปอปั้น ล้อมบรรเลง
ให้เพลินเพลง เพี้ยนเพี้ยน อยู่เวียนวน
เขาคือ คนป่วย
คนรอบข้าง รุมกันช่วย ดันดั้นด้น
หลอกขวา หลอกซ้าย ร่ายเล่ห์กล
หลอกหว่านล้อม มวลชน มาชูธง
เขาคือ คนป่วย
งุ่นง่าน งงงวย จนเลอะหลง
เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ไม่ปลดปลง
ยังเวียนว่าย ในแวดวง หลงงมงาย
เขาคือ คนป่วย
ยังเมตตา อยากช่วย ให้เขาหาย
อยากไปรับ กลับบ้าน สบายสบาย
หยุดคิดร้าย อาจหายป่วย ด้วยคิดดีดี !
“เขา” ในที่นี้อาจจะหมายถึงใครก็ได้ และเป็นไปได้ว่าคนไทยวันนี้มีคน “ป่วย” อย่างนี้ไม่น้อย เพราะเงินทอง อำนาจ
อัตตาไม่เข้าใครออกใคร .. พอได้เสพเข้าก็ติด อะไรๆ ที่เคยเป็นเรื่องปกติก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ อะไรที่เป็นเรื่องที่เห็นใจและให้อภัยกันได้ก็กลายเป็นเรื่องเคียดแค้นชิงชัง ต้องแก้แค้น ต้องฟาดฟันกันให้แหลกไปข้างหนึ่ง
“มะเร็งในอารมณ์” จึงเป็นอาการป่วยที่ดูไม่ออกจากภายนอก แม้บางครั้งพูดคุยด้วย เราก็มองไม่ออกว่าคนคนนั้นเป็น “คนป่วย” ด้วยมะเร็งในความรู้สึก เพราะคนเป็นมะเร็งในอารมณ์นั้นจะไม่มีอาการภายนอกให้เห็น มองเผินๆ ก็เหมือนเราเหมือนท่าน (เพราะเราเองก็อาจจะป่วยอยู่เหมือนกัน) เผลอๆ จะพยายามแกล้งตัวให้ “ธรรมดา” กว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป
คนเป็นมะเร็งในอารมณ์นั้นมีความร้อนรุ่มอยู่ข้างใน เป็นคนขี้กังวล ขี้อิจฉาตาร้อน เห็นคนอื่นดีกว่าตนไม่ได้ไม่รู้จักคำว่า “ให้” เพราะต้องการจะ “ได้” อย่างเดียว จึงเป็นคนที่มีความทุกข์ ไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า อนิจจังเท่านั้นที่เที่ยง เกิดมาก็ต้องตาย มาตัวเปล่าตายไปก็ตัวเปล่า เหลือไว้แต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา
แต่คนป่วยมะเร็งทางอารมณ์ไม่เชื่อเรื่องการให้อภัยและจะเอาชนะคะคานในทุกเรื่อง เพราะคิดว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าคนในทุกๆทาง ดังนั้น หากเห็นใครได้ดีก็จะพยายามเอาตัวเองไปเปรียบ และหากเอาเปรียบได้ก็จะเอาเปรียบ เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกว่าเหนือกว่าคนอื่น
คนอย่างนี้จะมีความเครียดตลอดเวลา แม้เราจะมองไม่เห็นข้างนอก แต่ก็จะปรากฏในรูปแบบต่างๆ เช่น ไม่เคยชมคนอื่น ไม่เคยเห็นความดีของคนอื่น และไม่เคยให้เกียรติคนที่เขาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็ง
คนเช่นนี้ถามตัวเองเสมอว่า “ทำไมเขาไม่ชมเราบ้าง ทำไมคนอื่นไม่เห็นความดีความเก่งของฉัน”
หนักๆ เข้าก็กลายเป็นคนหาเรื่องให้คนอื่นต้องวุ่นวาย เข้าสังคมไหนก็จะเป็นตัว “ป่วน” ให้แวดวงนั้นๆ มีปัญหา เพราะเขาจะซุบซิบ นินทา หาเรื่อง และแบ่งพวกแบ่งกลุ่มให้เกิดความแตกแยกขึ้นมาทันที
มะเร็งในร่างกายไม่ว่าจะส่วนไหน ปอด ตับ หรือต่อมลูกหมากนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ยังสามารถรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์สมัยใหม่หรือแพทย์ทางเลือก แต่คนป่วยเป็น “มะเร็งในอารมณ์” นั้นรักษาอย่างไรก็ไม่หาย เพราะเริ่มต้นเจ้าตัวก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยเสียแล้ว..ดังนั้น เขาจึงไม่ยอมรับการเยียวยารักษา
ดังนั้น จึงขอเตือนมายังทุกท่านครับว่า จงเตือนตัวเองเสมอว่า อย่าได้เก็บกด สั่งสมความโกรธ ความโลภ และความอยากได้ใคร่ดีมากเกินไปนัก
ทุกคราที่รู้ตัวด้วยการเตือนสติตัวเองหรือให้คนข้างเคียงช่วยเตือนเราเมื่อมีอาการ “มะเร็งในอารมณ์” ก็จงทำสมาธิ บอกตัวเองว่าชีวิตนี้ทุกขัง-อนิจจังทั้งนั้น ไม่มีอะไรควรถือมั่นยึดมั่นเลย ทุกครั้งที่เราตั้งสติได้ ไอ้เจ้ามะเร็งในอารมณ์มันก็จะเผ่นหนีไปเอง
แต่อย่าเผลอ เพราะมันเป็นตัวสันดานเลว..มักจะโจมตีตอนเราเผลอทุกที
ที่มา http://www.kanlayanatam.com/sara/sara155.htm _________________
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
webmaster เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 07/04/2008 ตอบ: 792 ที่อยู่: หน้าจอคอมพิวเตอร์
|
ตอบ: 03/11/2011 7:36 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา" ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน...แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ....
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู
ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย
23
กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผม
กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่
โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา
ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=september _________________
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
|