webmaster เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 07/04/2008 ตอบ: 792 ที่อยู่: หน้าจอคอมพิวเตอร์
|
ตอบ: 12/10/2009 4:02 pm ชื่อกระทู้: เกี่ยวกับการทำผลงาน...อยากให้อ่าน |
|
|
สาเหตุหลักๆ ที่ครู “ผู้ขอรับการประเมิน” ไม่ผ่านการประเมิน “ครูชำนาญการพิเศษ” เขียนโดย ดร. แสวง รวยสูงเนิน เขียนไว้ว่า...
"หลังจากผมได้ประเมินผลงาน “รายงานผลการปฏิบัติงาน” ของครูมาระยะหนึ่ง ผมคิดว่า ผมพบประเด็นที่ควรนำมาเผยแพร่เพื่อประโยชน์สาธารณะในการพัฒนาการเรียนการสอน ในระดับโรงเรียนได้หลายประเด็นด้วยกัน
ประเด็นเหล่านี้นอกจากคาดว่าจะช่วยให้ครูได้เตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมแล้ว ยังอาจช่วยให้กระทรวงศึกษามีข้อมูลเพื่อไปปรับกระบวนการประเมินได้ดีกว่าเดิม
ข้อสังเกตเบื้องต้นที่สำคัญมากก็คือ ครูที่จะขอรับการประเมินนั้นจะต้องแสดงว่าสามารถพัฒนาตัวเองได้สูงมาก ระดับ “ซูเปอร์ครู” เกินกว่าความเป็น “ครูธรรมดา” มากมาย ดังที่ผมเคยบันทึกสรุปประเด็นไว้แล้ววันก่อน เช่น
* ต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งด้านการพัฒนาการศึกษาทั้งในและต่างประเทศทุกระดับ
* ต้องเขียนสรุปองค์ความ รู้ทุกเรื่อง ตั้งแต่นโยบาย หลักสูตร วิธีการสอน การผลิตเอกสารประกอบการสอนที่มีคุณภาพสูง (ที่ทำให้ลงทุนสูง) แผนการสอน ข้อสอบที่ดี และการประเมินผลที่ดี
* ต้องมีความสามารถในการสอนที่สูงมาก ที่นักเรียนอ่อนขนาดไหน มีปัญหามากมายอย่างไร ก็ต้องได้คะแนนเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
* ต้องทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น ในระดับที่ได้รับรางวัลดีเด่น
* ต้องเผยแพร่ผลงานของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่เพื่อนร่วมงานอย่างน้อย ๓ โรงเรียน
ทำให้ครูที่ขอรับการประเมิน ค่อนข้างผ่านได้ยาก นอกจากจะมีการให้ผ่านๆ แบบคุณภาพไม่ถึง แบบประเพณีปฏิบัติที่ตั้งความหวังไว้ว่าคงไม่มีใครมาตรวจสอบย้อนหลัง
เฉพาะรายที่ดูดี แต่ทำเอกสารไม่ผ่าน และผมขอให้แก้ไขปรับปรุง และรายที่รุนแรงจนให้ตกนั้น ผมพบจุดอ่อนในการทำเอกสาร ที่สำคัญๆ ดังนี้
* มีการกำหนดวัตถุประสงค์ไม่ตรงกับงานที่ทำ หรือ บรรยายงานของตัวเองไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่วางไว้
* เขียนไปเรือยๆ ที่ไม่สะท้อนการทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาในสถานศึกษาของตนเอง
* มีการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาเขียนไว้ลอยๆ โดยไม่บอกว่านำไปใช้ตอนไหน ในประเด็นใด
* วิธีการทำงานไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของงานที่วางไว้
* นำผลการสอบเป็นคะแนนของนักเรียนที่ตัวเองออกข้อสอบเอง ตรวจเอง ให้คะแนนเอง มาใช้วัดความสามารถในการสอนของตัวเอง ว่ามีความสามารถมาก ที่ใช้สอนนักเรียนได้คะแนน เกิน ๘๐ % แบบยกชั้น
* ไม่นำเสนอผลการสอน การประเมินตามที่ตัวเองตั้งวัตถุประสงค์ไว้ แต่นำคะแนนข้างต้นมาเสนอเพียงอย่างเดียว
* ไม่อภิปรายผลการทำงานของตนเอง อย่างมากก็สรุปผลคะแนนนักเรียนที่ได้เกิน ๘๐% ดังกล่าวข้างต้น ว่าเป็นความสำเร็จของตัวเอง
* ไม่นำองค์ความรู้ที่รวบรวมไว้มาอภิปรายเพื่อสร้างความชอบธรรมในผลงานที่ตัวเองทำ
* เขียนแต่ละบทแบบไม่สอดคล้องกัน ที่ทำให้ดูเหมือนว่า เขียนโดยคนละคน คนละที คนละเรื่อง ที่ผู้เขียนไม่รู้จักกันมาก่อน
* แม้แต่ในบทเดียวกันก็เขียนแบบไม่สอดคล้องกัน ขึ้นอย่าง ลงอย่าง ไปคนละทิศละทาง
* บางทีก็ผลิตเอกสารราคาแพง โดยไม่พิจารณาความคุ้มค่า และการลงทุนที่เป็นไปได้จริง
* การเผยแพร่ผลงาน แบบทำวันเดียวเสร็จทุกเรื่อง และไม่แจ้งว่าส่งเอกสารใดๆ ไปเผยแพร่จำนวนกี่ชุด เผยแพร่แล้วได้ผลว่าอย่างไร
* มีหลักฐานส่อว่า ผู้ขอรับการประเมินเตรียมเอกสารเองทั้งหมด เพียงแต่ไปล่าลายเซ็นผู้บริหาร และผู้ร่วมงานให้ครบ (แม้กระทั่งความเห็นของผู้บริหารก็ดูเหมือนว่าผู้ขอรับการประเมินก็ถือ วิสาสะ ยึดอำนาจ โดยการเขียนขึ้นมาเอง) เพื่อมาส่งให้ประเมิน
* การแอบไปตรวจการ เรียนการสอนจริงในโรงเรียน ปรากฏว่าไม่เคยสอนวิชาที่ตรงกับวิชาที่ขอรับการประเมิน และไม่มีร่องรอยการใช้เอกสารที่อ้างถึงในการสอนจริง ที่ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นการทำหลักฐานเพียงเพื่อขอตำแหน่งเพียงอย่างเดียว (โดยไม่เคยใช้ หรือเผยแพร่ตามที่อ้างไว้)
* มีการนำเอกสารที่ใช้ขอตำแหน่งแบบซ้ำซ้อน ทั้งเขตเดียวกัน ข้ามเขต และข้ามรุ่น ที่ไม่น่าจะทำขึ้นมาเอง และบังเอิญตรงกัน
* เอกสารที่ส่งมาเพื่อขอรับการประเมินมีหลายส่วนคล้ายคลึงกันมาก เกินกว่าที่จะเป็นความบังเอิญ
* และระดับความสามารถโดยรวมยังไม่ถึงขั้นต่ำของ มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง “ครูชำนาญการพิเศษ” ที่อ้างอิงได้จากเอกสารของกระทรวงศึกษาธิการ
จึงเป็นที่มาของการ “ไม่ผ่านการประเมิน” ดังนี้ แล
ดังนั้น ใครที่คิดจะขอรับการประเมินน่าจะพยายามหลีกเลี่ยง “พฤติกรรม” ดังกล่าวข้างต้นครับ
ขอให้โชคดีครับ"
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/304913 _________________
|
|